Suitable fermented liquid feed for finishing pigs (80-100 kgBW) / อาหารหมักเหลวที่เหมาะสมสำหรับสุกรขุน (น้ำหนักตัว 80 – 100 กิโลกรัม)

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

Wandee Tartrakoon, Adsadawut Sanannam, R วันดี ทาตระกูล, อัษฎาวุธ สนั่นนาม, รังสรรค์ เจริญสุข และทินกร ทาตระกูล

Abstract

บทคัดย่อ

การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของการหมักอาหารเหลว (Liquid feed; LF) ตามธรรมชาติในอาหารสุกรขุน ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักคือ ข้าวโพด กากถั่วเหลือง หมักอาหารต่อน้ำ 1:2, 1:2.5 และ 1:3 เป็นเวลา 0, 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ในถังปิด โดยอาหารหมักเหลว (Fermented LF; FLF) ที่เหมาะสมจะนำไปใช้ในการทดลองที่ 2 คือการศึกษาประชากรแบคทีเรียกรดแลคติคโดยใช้เทคนิค PCR-DGGE (Polymerase Chain Reaction-Denaturing Gradient Gel Electrophoresis) และทดสอบอาหารในสุกรขุนน้ำหนักเริ่มต้นที่ 80 กก. จำนวน 30 ตัวในการทดลองที่ 3 และ 4 สุกรกินอาหารข้นในรูปแห้ง (Dry Feed; DF) ผสม FLF ในระดับ 20, 30 และ 40% ตามลำดับ ให้อาหารแบบจำกัด 2.5 กก./ตัว/วัน การทดลองที่ 4 สุกรกินอาหาร 3 ชนิดได้แก่ DF,  DF ผสม 50% FLF และ LF ผลการทดลองพบว่า อัตราส่วนอาหารข้นต่อน้ำที่เหมาะสม  คือ 1:2.5 หมัก 48 หรือ 72 ชั่วโมง มีคุณภาพดีที่สุด คือค่า pH ต่ำกว่า  4.5 ปริมาณ Lactic acid bacteria มากกว่า 11-12 log CFUg-1 และมีจำนวน Enterobacteriaceae ต่ำสุดคือ  4 log CFUg-1 จากผลการทดลองที่ 3 พบว่า FLF สามารถใช้ผสมใน DF ได้ถึงระดับ 40% และสุกรที่กิน DF ผสม 50% FLF สามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่าสุกรที่กินอาหาร DF (P<0.05) แต่ไม่แตกต่างกับสุกรที่กิน LF ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารที่ดีกว่า และต้นทุนค่าอาหารถูกกว่า แต่ก็ไม่แตกต่างทางสถิติ (P >0.05)กับสุกรที่กิน LF ดังนั้นสรุปได้ว่า การหมักอาหารข้นต่อน้ำในอัตราส่วน 1:2.5 โดยน้ำหนักเป็นเวลา 48 หรือ 72 ชั่วโมง สามารถใช้เลี้ยงสุกรระยะขุนได้ถึง 40% โดยการให้อาหารแบบจำกัด และพบเชื้อแบคทีเรียในอาหารหมักเหลว จีนัส Leuconostoc ทั้งหมด 4 สปีชีส์ คือ Leuconostoc mesenteroides, Leuconostoc citreum, Leuconostoc palmae และ Leuconostoc lactis  และยังพบว่า Leuconostoc lactis เป็นเชื้อที่เด่นที่สุด

 

คำสำคัญ: อาหารหมักเหลว อาหารเหลว สุกรขุน

 

Abstract

Four experiments were carried out to investigate the natural suitable fermentation of liquid feed (LF) on growth performance of finishing pigs. The 1st experiment, corn-soybean meal feed was mixed with water at 1:2, 1:2.5 and 1:3 (w/w) and incubated for 0, 24, 48 and 72 h in closed tanks. The suitable of fermented LF (FLF) was used for the 2nd experiment using PCR-DGGE (Polymerase Chain Reaction-Denaturing Gradient Gel Electrophoresis) technique to study lactic acid bacteria population in FLF and feeding trial experiments using 30 pigs with initial 80 kgBW in the 3rd and 4th experiments. The 3rd experiment, a dry meal feed (DF) was mixed with 20, 30 and 40 % of FLF before restricted feeding at 2.5 kg pig-1d-1. The 4th experiment, three dietary treatments were DF; 50% of FLF mixed with DF; and a LF. It was found the mixing of feed to water 1:2.5 (w/w) for 48 to 72 h of incubation, the best characteristics of FLF showed the lower than 4.5 of pH, Lactic acid bacteria counts higher than 11-12 log CFUg-1 and lowest Enterobacteriaceae counts at 4 log CFUg-1. The pigs fed with 50% of FLF mixed with DF had better growth rate than pigs fed with DF (P<0.05), but not significantly (P >0.05) different from pigs fed with LF. There were also no difference (P >0.05) in feed consumption rate; hence it yielded better feed efficiency and lower feed cost. The FLF could be mixed with DF up to 40 percent. The FLF contained 4 species of Leuconostoc bacteria: Leuconostoc mesenteroides, Leuconostoc  citreum, Leuconostoc palmae, and Leuconostoc lactis, which  was found to be the most  prominent species.

Keywords: fermented liquid feed, liquid feed, finishing pigs


Keywords
อาหารหมักเหลว อาหารเหลว สุกรขุน fermented liquid feed, liquid feed, finishing pigs
Section
Research Articles

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

How to Cite
วันดี ทาตระกูล, อัษฎาวุธ สนั่นนาม, รังสรรค์ เจริญสุข และทินกร ทาตระกูล, Wandee Tartrakoon, Adsadawut Sanannam, R. Suitable fermented liquid feed for finishing pigs (80-100 kgBW) / อาหารหมักเหลวที่เหมาะสมสำหรับสุกรขุน (น้ำหนักตัว 80 – 100 กิโลกรัม). Naresuan University Journal: Science and Technology (NUJST), [S.l.], v. 24, n. 3, p. 99-107, oct. 2016. ISSN 2539-553X. Available at: <http://www.journal.nu.ac.th/NUJST/article/view/1547>. Date accessed: 06 dec. 2019.